ระบบสารสนเทศ(Information System) ที่ FedEx ใช้มีดังนี้
1. ระบบสารสนเทศแบบประมวลผลรายวัน (Transaction Processing System-TPS) ซึ่งจะแบ่งออกเป็น
1.1 ระบบการลงทะเบียนเป็นระบบสารสนเทศที่ FedEx พัฒนาขึ้นมาเพื่อเก็บข้อมูลหรือรายละเอียดของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการของ FedEx และก่อนที่จะทำการส่งของ ได้นั้นก็ต้องมีการ login เข้าสู่ระบบก่อน
1.2 ระบบการส่งของ(Shipment)เป็นระบบที่จะต้องมีการเบข้อมูลของสถานที่ที่จะต้องการส่งของและบันทึกข้อมูลสิ่งของที่จะส่งว่ามีขนาดเท่าไหร่ น้ำหนักเท่าไหร่ ราคาเท่าไหร่ เป็นต้น
1.3 ระบบการจ่ายเงิน
เมื่อทำการระบุรายละเอียดของสิ่งของที่จะส่งเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีการคิดเงินของราคาของที่จะทำการส่งว่าราคาเท่า และการตัดเงินและออกบิลให้กับลูกค้า
1.4 ระบบการติดตามการส่งของ (Tracking)เป็นระบบที่สามารถติดตามได้ว่าของที่จะให้ส่งนั้นส่งไปแล้วหรือยังส่งถึงหรือไม่ถึง
ระบบสารสนเทศ(Information System) ที่ UPS ใช้มีดังนี้2. ระบบสารสนเทศแบบประมวลผลรายวัน (Transaction Processing System-TPS) ซึ่งจะแบ่งออกเป็น
2.1 ระบบการลงทะเบียนเป็นระบบสารสนเทศที่ FedEx พัฒนาขึ้นมาเพื่อเก็บข้อมูลหรือรายละเอียดของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการของ FedEx และก่อนที่จะทำการส่งของ ได้นั้นก็ต้องมีการ login เข้าสู่ระบบก่อน
2.2 ระบบการส่งของ(Ship)เป็นระบบที่จะต้องมีการเบข้อมูลของสถานที่ที่จะต้องการส่งของและบันทึกข้อมูลสิ่งของที่จะส่งว่ามีขนาดเท่าไหร่ น้ำหนักเท่าไหร่ ราคาเท่าไหร่ เป็นต้น
2.3 ระบบการจ่ายเงินเมื่อทำการระบุรายละเอียดของสิ่งของที่จะส่งเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีการคิดเงินของราคาของที่จะทำการส่งว่าราคาเท่า และการตัดเงินและออกบิลให้กับลูกค้า
2.4 ระบบการติดตามการส่งของ (Tracking)เป็นระบบที่สามารถติดตามได้ว่าของที่จะให้ส่งนั้นส่งไปแล้วหรือยังส่งถึงหรือไม่ถึง

เลือก Get Rate and Transit Times จะปรากฎหน้าที่จะให้ส่งข้อมูล

กรอกข้อมูลที่อยู่ผู้ส่งและสถานที่ที่จะส่งไปถึง
เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จ CLICK GET DETAIL QUOTE

จากนั้นก็ทำการกรอกหัวข้อที่ 2 Package and Shipment Details

เมื่อกรอกข้อมูลคือ มูลค่าของสินค้า น้ำหนัก และขนาดกล่องแล้ว ให้CLICK ที่ CONTINUE
ทำการกรอกข้อมูลในห้วข้อที่ 3 Product/Commodity Description คือใส่รายละเอียดของสินค้าที่จะส่ง หรือ CLICK ที่ SEARCH เพื่อหารายละเอียดที่ ทางบริษัท มีไว้ให้ เสร็จแล้ว CLICK ที่ CONTINUE


ทำการกรอกหัวข้อที่ 4 Rates and Transit Times คือ เลือก วันที่จะส่งสินค้า

เมื่อนำเม้าส์ไปชี้ที่ช่องRate จะมี คำชี้แจงของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในช่อง rate ว่ามี ค่าขนส่ง(Transportation charge) และค่าน้ำมัน(Fuel Surecharge)เท่าไหร่บอกไว้

และในหัวข้อ Currency Converter จะแสดงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศไว้บริการ

เมื่อทำการกรอกข้อมูลครบทุกส่วนแล้วให้คลิกที่ View print rate details
เมื่อทำการCLICK View print rate details แล้วจะขึ้นรายละเอียดค่าให้จ่ายให้ PRINT

เมื่อทำการ Print แล้ว ให้กลับมาที่หัวข้อที่ 4 แล้วทำการ CLICK Ship ก็จะเสร็จสิ้นการจองการสั่งของ

เข้าไปที่เว็บไซต์
http://www.ups.com/ เพื่อทำการจองการส่งของ
เลือก CALCULATE TIME AND COST

เมื่อเลือก CALCULATE TIME AND COSTแล้ว จะมี tab ให้เลือก 2 tab คือ Package และ Freight ในขั้นตอนนี้จะทำการกรอกข้อมูลในTAB Package ก่อน

ทำการกรอกรายละเอียดของสิ่งของที่จะส่ง

เมื่อกรอกข้อมูลเรียบร้อยทุกข้อแล้ว ให้CLICK NEXT

เมื่อเข้าไปดูรายละเอียดของแต่ละรายการจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับวันเวลาและราคาบอกไว้

ถ้าลูกค้าสนใจที่ส่งตามวันไหนก็ให้เข้ากลับไปหน้าต่าง Time and Cost Summary และ CLICK SHIP

ในส่วนของ tab Freight จะให้เลือกว่าจะสินค้าจะให้ไปทางเครื่องบินหรือทางเรือ
ทำการกรอกรายละเอียดของสถานที่ที่ต้องการส่ง

ระบุขนาดของสิ่งของที่ต้องการส่ง

จากนั้นก็คลิก Next ก็จะขึ้นหน้าต่างEnter Information for Your Air Freight Shipment
เปรียบเทียบข้อแตกต่างระหว่าง FedEx และ UPS
· ค่าใช่จ่ายในการส่งของ UPS จะมากกว่า FedEx
· ระบบการตรวจสอบสถานที่ส่งของปลาย Ups ละเอียดกว่า FedEx
· UPS จะมีการกำหนดน้ำหนักขั้นต่ำของสินค้าที่ต้องการส่ง
· UPS มีข้อจำกัดในการระบุขนาดของบรรจุภัณฑ์ ซึ่งจะต้องไม่เป็นจุดทศนิยม
ดังนั้นจึงมีความคิดเห็นว่า การส่งของกับ FedEx จะสะดวก ง่ายและยุติธรรมกว่าการส่งของด้วย UPS